Monday, April 19, 2010

มหากาพย์แห่ง Business Intelligent และ Pentaho ภาคแรก

สวัสดีอีกครั้ง หลังจากวันหยุดยาว ทำให้ผมมีเวลา (นอน) มากขึ้น พอดีช่วงนี้กำลังศึกษาเรื่อง BI (Business Intelligent) ก็เลยลองหา Opensource Software ที่มาใช้ทำ BI ดูแล้วผมก็ได้เจอนี่ครับ "Pentaho" ชื่ออาจจะดูแปลก (ประมาณอินเดียนแดงหรืออะไรทำนองนั้น) แต่ความสามารถนั้นแจ่มใช้ได้เลยทีเดียว
ก่อนอื่น สำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นฐานก็ต้องมาศึกษาก่อนว่า BI คืออะไร แล้วมันมีประโยชน์ต่อธุรกิจยังไงบ้าง

Business Intelligent คืออะไร

ปัจจุบันที่เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกันธุรกิจก็มีการแข่งขันกันค่อนข้างสูง จึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยว่าการที่องค์กรจะอยู่ได้นั้นจะต้องมีการใช้ข้อมูลที่ทันสมัยและทันท่วงที เพื่อช่วยในการตัดสินใจอย่างรวดเร็วและสามารถนำไปวางแผน หรือ แก้ปัญหาเชิงธุรกิจได้ทันต่อเหตุการณ์ ซึ่งการที่จะได้มาซึ่งข้อมูลเหล่านั้น

  1. องค์กรจำเป็นต้องมีการแสวงหาหนทาง ในการเก็บรวบรวมข้อมูลให้ได้มากพอ เพราะว่าข้อมูลเหล่านั้นไม่ใช่ข้อมูลภายในองค์กรเท่านั้น อาจจะเป็นข้อมูลขององค์กรที่เป็นคู่แข่งหรือเป็นข้อมูลของ องค์กรอื่นๆ ที่อยู่ในธุรกิจเดียวกันก็เป็นไปได้
  2. การเลือกสรรข้อมูลที่มีคุณค่าจากกองข้อมูลที่มีขนาดเท่ากลุ่มเสื้อแดง (มหึมา) เพื่อให้แน่ใจว่าระบบข้อมูลที่พัฒนาขึ้นมานั้นเป็นข้อมูลที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริหารระดับสูงขององค์กรได้ เพื่อเอาชนะอุปสรรคเหล่านี้จึงจำเป็นต้องมีระบบที่สามารถช่วยเตรียมข้อมูลที่ลึกซึ้ง และมีคุณค่าทางกิจกรรมทางธุรกิจให้แก่องค์กรได้

ปัจจุบันการวางแผนทางกลยุทธ์ของบริษัทนั้นจำเป็นต้องใช้ข้อมูลมากมาย ซึ่งการวิเคราะห์ข้อมูล ทางด้านการตลาด การขาย การเงิน การผลิตนั้นจะต้องต่อกับเหตุการณ์ซึ่งมีข้อมูลเกิดขึ้นเป็นประจำทุกวัน ดังนั้นการจัดทำรายงาน จะต้องมีการแก้ไขบ่อย และมีความยุ่งยากมาก

Business Intelligent ก็คือ Software ที่นำข้อมูลที่มีอยู่เพื่อจัดทำรายงานในรูปแบบต่างๆที่เหมาะสมกับมุมมองในการวิเคราะห์, ตรงตามความต้องการของผู้ใช้งาน และใช้สำหรับวิเคราะห์ข้อมูลของงานในมุมมองต่างๆ

เช่น

  • วิเคราะห์การดำเนินงานของบริษัทฯ เพื่อการตัดสินใจด้านการลงทุนสำหรับผู้บริหาร
  • วิเคราะห์และวางแผนการขาย / การตลาด เพื่อประเมินช่องทางการจำหน่าย ฯลฯ
  • วิเคราะห์สินค้าที่ทำกำไร สูงสุด / ขาดทุนต่ำสุด เพื่อการวางแผนงานด้านการตลาด และการผลิต
  • วิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อยอดขายของสินค้า ฯลฯ
  • วิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับคู่แข่งขัน ฯลฯ

Business Intelligence จะประกอบไปด้วยระบบข้อมูล และ Application ด้านการวิเคราะห์ มากมายหลายอย่าง เช่น

  • Data Warehouse
  • Data Mart
  • Data Mining
  • Operations Research & Numerical Methods
  • OLAP
  • Search, Report

จากข้างบนเราสามารถสรุปได้ว่า Business Intelligent มีประโยชน์มากมายต่อองค์กรดังนี้

  • ทำให้การบริหารงานมีประสิทธิภาพสูงขึ้น และมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจที่ดี ทำให้เกิดการบริหารจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบ รวมทั้งการดูแลปรับปรุงข้อมูลให้ทันสมัยตลอดเวลาโดยเฉพาะ ซึ่งง่ายต่อการรายงาน การติดตาม และการประเมินผลต่อผู้บริหาร
  • ลดความซ้ำซ้อนในการลงทุน และสามารถเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพบนเครือข่ายความเร็วสูง การสร้างระบบจำลองข้อมูลเพื่อการบริหาร (Decision Support System) เพื่อให้ผู้บริหารสามารถใช้แบบจำลองข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจ และการคาดการสถานการณ์ล่วงหน้าได้

ร่ายซะยาวยังไม่ได้เข้าเรื่อง Pentaho ซักนิดเลย เอาล่ะ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเรามาทำความรู้จัก Pentaho กันเลย

Pentaho คืออะไร

Pentaho ก็คือ Opensource Software ที่ใช้มาเพื่อจัดการ Business Intelligent นี่หละครับโดยที่ Pentaho จะมีฟังก์ชั่นให้เลือกใช้อย่างมากมายและครบถ้วนกระบวนความ ไม่ว่าจะเป็น Data Integration, Reporting, Ad-hoc Query, Analysis, Dashboard หรือแม้แต่ Data Mining ดังนั้น Pentaho จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่คุ้มค่ามากในการเลือกเพื่อมาพัฒนาระบบ DWH(Data Warehouse) และ BI

Pentaho นี้ได้รวบรวม Application ทางด้าน BI เข้าด้วยกันเพื่อทำงานร่วมกันเป็น Solution โดยสามารถแบ่งเป็นส่วนประกอบหลักได้ 6 ส่วนคือ

  1. Platform
  2. Reporting
  3. Ad-hoc Query
  4. Analysis
  5. Dashboard
  6. Data Integration

Plateform






ถ้าดูจากรูปหลายคน (รวมทั้งผมด้วย) อาจจะยังไม่เข้าใจว่านี่คืออะไร ออกแนวมึนตึ้บ เนื่องจากขาดความเชี่ยวชาญทางด้าน BI ดังนั้นให้ลงมามองที่ข้อความก่อนแล้วถึงขึ้นไปดูก็จะช่วยได้ (เล็กน้อย - -")

  • Solution Engine ที่เป็นหัวใจหลักของ Pentaho Platform ทำหน้าที่อ่านและสั่ง Process (Action Sequences) ของ BI ให้ทำงาน เช่น Reporting, Analysis, Dashboard
  • Solution Repository ทำหน้าที่เก็บ Template, Query, Report, Business Rule, Process, Style Sheet และ Action Sequence ซึ่งเก็บอยู่ใน Database ที่เรียกว่า Solution Database
  • Runtime Engine ทำหน้าที่อ่าน Resource ไม่ว่าจะเป็น Query, Report, Business Rule, Process, Style Sheet และ Action Sequence จาก Solution Repository มาเพื่อประมวลผลแล้วทำการบันทึกข้อมูลการประมวลผลลงในส่วนของ Auditing ซึ่งตัว Runtime Engine ก็คือ BI Virtual Machine เป็น Environment สำหรับประมวลผลตัว Action Sequence
  • BI Components คือ ส่วนประกอบหลักที่ถูกเรียกใช้งานและถูกควบคุมการทำงานผ่าน Action Sequence โดย BI Component พื้นฐานที่ติดมากับ Pentaho BI Platform ได้แก่ reporting, charting, OLAP, ETL, dashboard, workflow, scripting เป็นต้น นอกจากนี้เรายังสามารถนำ Component อื่นๆ ที่เขียนขึ้นเองหรือของ Third Party เข้ามาใช้ต่อพ่วงกับ Pentaho BI Platform ได้อีก อย่างเช่น E-Mail, Print
  • API คือส่วนของ Application Programming Interface ที่ถูกออกแบบมาในลักษณะ SOA (Service Oriented Architecture) ทำให้ง่ายแก่การเรียกใช้ เพียง 5 บรรทัดของ Java ก็สามารถเรียกใช้ HTTP, JMS, SOAP, AJAX, POJOs, BPEL ผ่าน Action Sequence ได้
  • User Interface คือส่วนที่ใช้แสดงผลให้กับผู้ใช้งานโดย โดยสร้างการแสดงผลมาจาก HTML ซึ่งสามารถแปลงมาจาก XML และยังสามารถใช้งาน AJAX, Single Sign on และ Security ร่วมกับ User Interface ได้
  • Client คือส่วนที่ผู้ใช้งานสามารถเรียกประมวลผล Action Sequence, Workflow, ESB, SOA ได้เป็นต้น โดยสามารถเป็นได้ทั้งแบบ Remote หรือ Local การเรียกใช้งานก็สามารถเรียกผ่าน Web Browser หรือจะเรียกผ่าน Application ที่เขียนขึ้นมาเองก็ได้
  • Configuration ใช้กำหนดชื่อ Component ที่ต้องการเรียกใช้ พร้อมทั้งกำหนดค่า Standard Parameter ในการเรียกใช้ไว้ในส่วนของ Configuration

ความสามารถของ Platform ประกอบด้วย

  • รองรับมาตรฐาน Java 100%
  • เชื่อมต่อกับ Data Source, Portal และ Application ผ่าน Open Standard
  • เชื่อมต่อกับ Application ตั้งเวลา (Scheduling) การตรวจสอบรหัสผู้ใช้งานเพื่อเข้าระบบ (Authentication) และสิทธิ์การใช้งานของแต่ละรหัสผู้ใช้งาน (Authorization)
  • รองรับการปรับแต่ง Application โดยใช้ APIs, Web Services หรือทำการแก้ไข Template, Business Rules หรือแม้แต่ Source Code
  • ออกแบบโดยเน้น Workflow-Base จึงช่วยให้สามารถแก้ไขระบบตามความต้องการได้
  • มีการบันทึก Log การเข้าใช้งานของผู้ใช้งานแต่ละคน ทำให้สามารถติดตามการใช้งานของผู้ใช้งานแต่ละคนได้

ที่มา : http://www.goingjesse.com/gj/index.php?option=com_content&view=article&id=11&Itemid=2


เขียนไป ก๊อปไป อ่านไป เพลินมากเหลือบขึ้นไปดู โว้ว!!~ ยาวมากจนต้องเปลี่ยนชื่อบทความ ก็เลยตัดไว้แค่นี้ก่อนละกัน เด๋วจะท้อกับการอ่านซะก่อน เด๋วเอาไว้จะอัพภาคต่อของ Pentaho รวมไปถึง Feature ที่ยังไม่ได้กล่าวถึงอีก 5 อันมาให้ได้ชมได้อ่านกันนะครับ

Note : ข้อความในนี้ส่วนใหญ่หาข้องมูลจาก Commercial Site ของ Pentaho

4 comments:

  1. กำลังศึกษาเรื่องนี้พอดีอยากทราบว่ามันเป็น Open Source ใช้ได้แค่ 30 วัน ถ้าหากเราอยากจะใช้เกิน 30 วันจะต้องเสียตังอย่างเดียวหรอครับ ตอนแรกเข้าใจว่าใช้ฟรี

    ReplyDelete
  2. ถ้าเป็น Pentaho Community Edition นั้น ก็ใช้ได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการพัฒนาระบบครับ แต่ถ้าเป็น Enterprise edition ใช้ได้แค่ 30 วัน ครับผม แต่้ถ้าเป็น community edition จะต้องอาศัยนักพัฒนาที่มีความรู้ทางด้าน Javascript, AJAX, SQL, MDX, Web Application, XML ที่สูงมากครับ ไม่งั้นเล่นไปก็ปวดหัวครับ ผมเล่นมาได้เดือนนึงแล้ว เนื่องจากทำงานในบริษัท going jesse ก็ใช้ตัวนี้พอดี แต่ตอนนี้ผมทำอะไรแทบไม่ได้เลย เพราะมีทักษะการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวน้อยมาก ก็เล่าสู่กัีนฟังครับ อยากให้คนไทยใช้ open source กันเยอะๆ

    ReplyDelete
  3. งั้น Open Source ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ และก็ไม่ฟรีอ สิครับ เห็นรณรงค์ให้หันมาใช้กันจัง

    ReplyDelete
  4. Open Source ไม่ใช่ Free of cost แต่มันคือ Freedom นะครับ จะค้น แงะ แกะ code ได้หมด เอาไปใช้ส่วนตัวก็ได้ ที่ต้องลงทุนคือ การเรียนรู้

    เวอร์ชัน Freedom ของ pentaho ก็มี(community edition) ก็มี จะเอาไปทำใช้ไรก็ได้ พัฒนาต่อ แจกจ่ายยังได้เลย ถ้า Licene อนุญาต

    ReplyDelete